posted on 18 Aug 2009 13:26 by weddingservices
เพื่อนเจ้าสาวเป็นคนสำคัญที่สุดที่ เจ้าสาว อยากให้เป็นส่วนหนึ่งในงานแต่งงานที่สามารถช่วยเธอ และตัดสินใจแทนเธอได้ทุกเรื่องใน งานแต่ง ของเธอ ซึ่งเพื่อนเจ้าสาวอาจจะเป็นพี่สาว น้องสาว หรือเพื่อนสนิท หน้าที่โดยทั่วไปของเพื่อนเจ้าสาว มีดังนี้ค่ะ
· ช่วยเจ้าสาวเลือกซื้อ หรือตัดสินใจ ชุดแต่งงาน ของเจ้าสาว รวมทั้งชุดของเพื่อนเจ้าสาวเองด้วย
· เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำในเรื่องต่าง ไม่ว่าจะเป็น การตกแต่งสถานที่ การ์ดแต่งงานของชำร่วยดอกไม้ หรือวงดนตรีเป็นต้น
· ช่วยจัดการในเรื่องพิธีการงานแต่ง เช่น ส่งน้ำสังข์ แจกของชำร่วยจัดการเรื่องพิธียกน้ำชา
· ช่วยเหลือเจ้าสาวเวลาที่เจ้าสาวสวมชุดเจ้าสาวเพราะชุดเจ้าสาวเป็นชุดที่ใส่ค่อนข้างยาก ต้องระวังและต้องมีคนที่คอยช่วยดูแลให้เวลาสวมใส่ เช่น ถือชายกระโปรง ช่วยรูดซิบ หรือจัดแต่งให้ดูเรียบร้อย
· คอยช่วยให้กำลังใจ ปลอบใจ และให้คำแนะนำ เวลาเจ้าสาวมีปัญหา เพราะในช่วงเตรียมงานแต่งงานเจ้าสาวส่วนใหญ่จะค่อนข้างเครียด
· ช่วยกระจายข่าวงานแต่งงานให้เพื่อน ๆ หรือคนอื่น ๆ ได้ทราบ รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ในงานว่าจัดที่ไหน กี่โมง theme งานเป็นอย่างไร
· ช่วยต้อนรับแขก และดูแลความเรียบร้อยในงานแต่งงานเพื่อให้งานแต่งไม่มีข้อติดขัด เช่น พาแขกไปนั่ง พาประธานของงานไปลงนามบนสมุดอวยพรติดดอกไม้ให้กับประธานหรือเจ้าภาพในงาน ตรวจสอบว่าทุกอย่างในงานเรียบร้อยและเป็นไปตามเวลาที่กำหนด เช่น นักดนตรีมากันพร้อมแล้วหรือยัง? ช่างภาพช่าง Video มาถึงแล้วหรือยัง? ช่อดอกไม้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วหรือยัง? หลังจากที่งานเสร็จสิ้นแล้วเพื่อนเจ้าสาวควรที่จะอยู่ต่อเพื่อดูแลว่าทุกอย่างจัดเก็บอย่างเรียบร้อย
· สร้างมนุษยสัมพันธ์กับแขกที่มาร่วมงาน เช่น ชวนแขกคุย แนะนำข้อมูลให้แขกมาร่วมงาน เช่นถ้าเป็นงานเลี้ยงแบบ Cocktail แนะนำแขกได้ว่า ตรงจุดไหนมีอาหารอะไร ถามแขกว่าอาหารรสชาติเป็นอย่างไร
เห็นไหมคะว่า หน้าที่ของเพื่อนเจ้าสาวมีส่วนสำคัญอย่างมาก งานแต่งงานจะเป็นไปอย่างราบรื่นแค่ไหน ก็ต้องฝากความหวังไว้กับเธอคนนี้นี่แหละค่ะ
posted on 14 Aug 2009 10:53 by weddingservices
ปัญหาหนักอกลำดับต้น ๆ ของชีวิตครอบครัวชนิดที่เรียกว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกทีเดียวเชียว
ปัญหาครอบครัว แม่ผัวลูกสะใภ้
ความรักใกล้สุกงอม ระฆังวิวาห์กำลังสั่น แต่ปัญหาไม่กินเส้นระหว่างว่าที่ลูกสะใภ้กับว่าที่แม่สามียังไม่มีแววว่าจะกลมเกลียวกันได้ และยังคงปฏิบัติกันอย่างกับใส่เสื้อคนละสี ถึงแม้ว่าปัญหาไม่กินเส้นนี้จะไม่ได้หนักถึงขนาดติดอันดับสาเหตุของการหย่าร้างในครอบครัวก็ตาม แต่เป็น
จิตแพทย์ชื่อดังวิเคราะห์ถึงสาเหตุและความร้ายแรงของปัญหาโลกแตกที่เกือบมองไม่เห็นทางแก้เรื่องนี้ไว้ว่า เป็นอาการหวงและห่วง ลูกชายของผู้เป็นแม่ จะมากหรือน้อยขึ้นกับปัจจัย 3 ส่วนคือ ว่าที่สามีของเรา ลูกชาย และแม่เขา ในกรณีนี้ถ้าลูกชายเป็นลูกคนสุดท้อง อาการหวงของคนเป็นแม่ย่อมมีอยู่แล้วเป็นธรรมชาติ ถ้าบวกกับการที่คุณแม่ขาดความรักความอบอุ่นจากสามีด้วยแล้ว ยิ่งทวีความหวงในตัวลูกชายเพิ่มมากขึ้น และถ้าคุณแม่เป็นคนที่ขาดความรักในตัวเอง คืออยู่มาจนแก่ก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมีดีหรือเก่งเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ยิ่งเพิ่มความหวงเป็นเท่าตัว พอลูกแต่งงาน หรือกำลังจะแต่งงาน ก็เหมือนกับว่าอีกหน่อยเขาต้องทุ่มเทความรักทั้งหมดให้ภรรยาของตัวเอง แม่จึงรู้สึกโดดเดี่ยวและว้าเหว่ขึ้นมา จึงแสดงออกเพื่อต่อต้านแบบไม่รู้ตัว
รู้สาเหตุ ก็ต้องหาทางป้องกันเหตุ กับกลเม็ดเคล็ดลับมัดใจว่าที่คุณแม่สามี เผื่อหนักอกจะได้เบาใจลงบ้าง ซึ่งจิตแพทย์ให้คำแนะนำว่า ว่าที่สะใภ้หรือเป็นสะใภ้แล้วและกำลังเจอปัญหานี้ อย่าเก็บเรื่องไว้คนเดียว ให้คุยกับสามี เพราะถ้าเก็บไว้อาจคิดมากจนขอหย่าหรือพาลไม่แต่งงานเลยก็ได้ และอย่าคิดว่าเป็นปัญหาที่เราต้องแก้คนเดียว ว่าที่สามีหรือลูกชายซึ่งอยู่ในฐานะคนกลางนั้นเวลาอยู่ต่อหน้าคุณแม่ก็ให้เกียรติและให้ความสำคัญกับท่านเป็นพิเศษ อย่าแสดงความรักกับว่าที่ภรรยาหรือภรรยาอย่างประเจิดประเจ้อ ไม่อย่างนั้นคุณแม่จะรู้สึกหมั่นไส้และพาลเกลียดว่าที่ลูกสะใภ้หรือแม้เป็นสะใภ้ก็ยังไม่วายไม่ชอบหน้า
มารยาหญิงไม่ได้มีไว้มัดใจชายอย่างเดียว สามารถดัดแปลงมามัดใจแม่ของผู้ชายได้ด้วย เหนื่อยตอนเอาใจท่าน ยังดีกว่ามานั่งปวดใจคอยแก้ปัญหา ใช้ความอดทนเป็นที่ตั้ง อย่าลืมว่าน้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน (หวังว่า) หัวใจอ่อน ๆ ของแม่สามีคงจะแพ้ความดีของเราสักวัน
ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Women Plus